Category Archives: Uncategorized

Uncategorized

ตำนานสมุนไพรจีน

Published by:

สมุนไพรจีนมีประวัติศาสตร์อันยาวนากมากๆ และสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับตำนานนี้มานานก็คงหนีไม่พ้นเห็ดหลินจือ ซึ่งถูกค้นพบโดย บุคคลที่มีชื่อว่า เสินหนง นอกจากจะเป็นผู้ค้นพบเห็ดชนิดนี้แล้ว เขายังเป็นผู้ค้นพบการจับชีพจร การฝังเข็ม การใช้ยาสมุนไพรต่างๆในการรักษาโรค เสินหนงได้รับสมญานามว่า บิดาแห่งแพทย์แผนจีนโบราณ จากการค้นพบของเขาที่ว่าพืชบางชนิดสามารถใช้เป็นยาและเป็นพิษได้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไป

เขาได้ใช้ร่างกายของตัวเองในการทดสอบผลลัพธ์จากการทานยาสมุนไพรชนิดต่างๆ ว่ากันว่าเขาเคยรับประทานพืชที่มีพิษเข้าไปกว่า70ชนิด นำไปสู่ตำรายาแผนจีนที่รวบรวมสมุนไพรไว้กว่า 365 ชนิด เป็นตำรายาที่เก่าแก่มากๆ(สมัยหลังการล่มสลายของราชวงษ์ฮั่น) โดยเขาได้แบ่งระดับของสมุนไพรไว้เป็น3 ระดับ คือ บน กลาง และต่ำ  โดยระดับบนหมายถึงสมุนไพรที่สรรพคุณกระตุ้น กลางหมายถึงสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษา ส่วนต่ำนั้นหมายถึงสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเป็นพิษ เขายังได้รวบรวมจุดเด่นและจุดด้อยของสมุนไพรแต่ละชนิด สูตรการผสมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาโรค รวมไปถึงผลข้างเคียงที่อาจได้รับจากการรับประทาน ตำราของเขาจึงทำให้เกิดการพัฒนาในวงการแพทย์แผนจีนอย่างมากในเวลาต่อมา ก็เนื่องมาจากรากฐานที่เสินหนงได้วางไว้นั่นเอง ช่วยให้คนจีนมีอายุที่ยืนยาว และมีอัตราการเกิดของประชากรสูงขึ้นมากในเวลาต่อมา จนมีประชากรมากที่สุดในโลก

และยังมีบางตำนานกล่าวถึงเขาว่า เขามีร่างกายที่โปร่งใส ทำให้สามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการรับประทานสมุนไพรได้ชัดเจน จึงทำให้เขาสามารถค้นพบตำรายาได้จำนวนมากนั่นเอง

หากใครมีความสนใจในเรื่องยาสมุนไพรของจีน ตำราของเสินหนง ก็ถือเป็นอีกตำราหนึ่งที่ควรศึกษาไว้(สมุนไพรคลาสสิคของเสินหนง) และในยุคต่อๆมาก็ได้มีการตรวจสอบตำรายาของเสินหนงและปรับปรุงออกมาเป็นตำราอีกหลายเล่มเลยทีเดียว จึงกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า เสินหนงคือบิดาของแพทย์แผนจีนโบราณอย่างแท้จริง

Uncategorized

พิพิธภัณฑ์อันปังแมน

Published by:

ญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อลือชาอย่างมากในเรื่องของอนิเมชั่น ซึ่งพวกเขาส่งออกวัฒนธรรมนี้ไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยนั้นเรียกว่ารับวัฒนธรรมนี้ผ่านการ์ตูนมากมายหลากหลายเรื่องมาตั้งเเต่เมื่อครั้งอดีตเเล้ว เเละสำหรับอนิเมชั่นอย่าง อังปังเเมน ในอดีตนั้นก็นับว่าฮิตอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง จนมันไปอยู่ในความทรงจำของคนที่มีอายุประมาณ 30 ปี ขึ้นไป เเล้วสำหรับสถานที่อย่าง พิพิธภัณฑ์อันปังแมน ก็นับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่น่าจะย้อนเวลาในวัยเด็กของใครหลายๆ คนได้ดี พบๆ กับเด็กๆ หลายคนน่าจะชื่นชอบเจ้าตัวการ์ตูนที่เเสนจะน่ารักอย่าง อังปังเเมน


Yokohama Anpanman Children’s Museum & Mall นั้นตั้งอยู่ในเมืองโยโกฮาม่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก น่าจะเรียกว่าให้อารมณ์เหมือนนนทบุรีกับกรุงเทพมหานครอย่างไรอย่างนั้นเลย ฉะนั้นเเล้วเรื่องการเดินทางนั้นเรียกว่าสะดวกอย่างเเน่นอน พิพิธภัณฑ์มีขนาด 3 ชั้นด้วยกัน เเละกว้างขวางพอสมควร เเละมีการเเบ่งพื้นที่ออกเป็นสองโซนด้วยกัน ทั้งโซนของห้างสรรพสินค้าเเละโซนของพิพิธภัณฑ์ ทำให้เดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ไปเลยทีเดียว โดยทั้งสองโซนนั้นสร้างขึ้นมาในธีมของอังปังเเมน ที่มีความน่ารักและบ่งบอกเอกลักษณ์สำคัญของอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี


เมื่อคุณก้าวเข้ามาในบริเวณของ พิพิธภัณฑ์อันปังแมน คุณจะได้สัมผัสกับความเป็นอังปังเเมนอย่างมาก คือในโซนที่เป็นห้างสรรพสินค้านั้นจะละลานตาไปด้วยร้านขายขนมเเละของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับอังปันเเมน อนิเมชั่นที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับฮีโร่ที่เกิดมาจากขนมปัง ทำให้ร้านขนมต่างๆ นั้นดีไซน์ขนมหน้าตาให้เป็นคาเเร็คเตอร์ตัวละครของอังปังเเมนได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก เเละเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้อย่างมาก เเถมรสชาดของขนมแต่ละชนิดก็ยังอร่อยอีกด้วย ทำให้เป็นที่ฮอตฮิตอย่างมาก ส่วนร้านค้าขายของที่ระลึกนั้นก็เรียกว่าดูดเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดีจากสินค้าที่มีความน่ารักเเละน่าซื้อหาเป็นของฝากอย่างมาก เเต่ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นร้านตัดผมเด็กที่รับรองได้ว่าเด็กคนไหนที่กลัวการตัดผมมาที่ร้านนี้รับรองจะไม่ผิดหวังอย่างเเน่นอน


ส่วนโซนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ของ Yokohama Anpanman Children’s Museum & Mall นั้นก็จัดเเสดงออกมาได้อย่างน่ารักน่าชัง ด้วยเรื่องราวของอังปังเเมนตั้งเเต่เริ่มเรื่องเลยทีเดียว คุณจะได้พบกับโมเดลของอังปังเเมนเเละผองเพื่อนครบทุกตัวมาเรียงรายให้คุณได้ภาพเป็นที่ระลึกกัน เเถมด้วยเครื่องเล่นต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ให้มีความสนุกสนาน จนเล่นเเล้วเด็กหลายๆ คนไม่อยากกลับกันเลยทีเดียว เเละมีการฉายอนิเมชั่นบางช่วงที่ฮอตอิตให้ชมอีกด้วย เรียกว่าเป็นโซนที่ทำให้ทั้งเด็กเเละผู้ใหญ่มีวัยที่ใกล้เคียงกันเข้ามาเลยทีเดียว โดยที่นี่นั้นเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน โดยในส่วนของพิพิธภัณฑ์นั้นจะเปิดในเวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. ส่วนในโซนของห้างสรรพสินค้านั้นจะเปิดในเวลา 10.00 น. ถึงเวลา 19.00 น. เเต่ในส่วนของ Anpanman and Peko’s Kitchen จะเปิดในเวลา 10.00 น. จนถึง 20.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 1,500 เยน นับว่าเป็นอีกหนึ่งในพิพิธภัณฑ์เด็กที่มีความน่าสนใจอย่างมาก


ส่วนการเดินทางมายัง พิพิธภัณฑ์อันปังแมน คุณสามารถนั่งรถไฟมาจากโตเกียวได้เลยโดยใช้บริการของรถไฟสาย Blue Line โดยให้คุณมาลงที่สถานี Takashimacho จากนั้นก็เดินต่อโดยใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 9 นาที ก็จะถึงเเล้ว นับว่าสะดวกสบายอย่างมาก เเละสามารถมาเที่ยวชมได้ทั้งผู้ใหญ่เเละเด็กเลยทีเดียว นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับครอบครัวอย่างมาก

Uncategorized

สนูปปี้ มิวเซียม โตเกียว

Published by:

มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังเเดนอาทิตย์อุทัยโดยมาพร้อมกับเด็กๆ ด้วย เเน่นอนว่าหลายๆ คนมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเด็กๆ ด้วย เเต่จะดีไม่น้อยถ้าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นสามารถเข้าชมได้ทั้งสองวัย ซึ่ง สนูปปี้ มิวเซียม โตเกียว นั้นน่าจะมาตอบโจทย์อันนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะที่เเห่งนี้จะทำให้คุณสามารถมาใช้เวลาร่วมกับเด็กๆ ที่คุณรักได้อย่างน่าประทับใจ เเละสำหรับใครที่เป็นสาวกของสนูปปี้เเละชาร์ลี บราวน์อยู่เเล้ว ที่นี่นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว


SNOOPY MUSEUM TOKYO นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ของคนที่รักสนูปปิ้โดยเฉพาะ มันตั้งอยู่ในย่านดังของโตเกียวอย่าง รปปงหงิ ที่เต็มไปด้วยสีสันยามค่ำคืนเเละงานศิลปะมากมายหลายเเขนงในย่านเเห่งนี้ โดยสำหรับพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้เเล้วเป็นอาคารโดดๆ ชั้นเดียว ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ การเดินทางไปมาก็เเสนจะสะดวกสบายเเละให้บรรยากาศที่น่ารักเหมาะสมสำหรับการมาเที่ยวเป็นครอบครัวอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งในเเต่ละวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเเวะเวียนมาเที่ยวชมกันอย่างมากมาย


ในความทรงจำของหลายๆ คนเจ้าหมาสีขาวสุดน่ารักตัวนี้เป็นเหมือนตัวเเทนของอดีตที่ยังโลดเเล่นอยู่ หลายๆ คนโตมาพร้อมกับการ์ตูนของมันจึงทำให้ สนูปปี้ มิวเซียม โตเกียว ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเเละชาวญี่ปุ่นอย่างมาก เพียงเเค่ด้านหน้าทางเข้าของพิพิธภัณฑ์นั้นก็จะพบกับประติมากรรมของสนูปปี้ที่คอยต้อนรับคุณอยู่อย่างมากมายหลายตัวสร้างบรรยากาศความของความเป็นสนูปปี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนภายในนั้นคุณจะได้พบกับต้นฉบับของสนูปปี้ที่เป็นการ์ตูนเเบบช่องๆ เเละมีจุดที่น่าสนใจทั้งตุ๊กตาสนูปปี้ตัวขนาดใหญ่ที่หลายๆ คนชื่นชอบมาถ่ายภาพด้วยเป็นอย่างยิ่ง เเละยิ่งมีตัวการ์ตูนอื่นๆ ของสนูปปี้ปรากฏตัวออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชาร์ลี บราวน์ ผู้เป็นเจ้าของเเละผองเพื่อนตัวอื่นๆ ทำให้ที่นี่ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก ยิ่งเป็นสาวกของสนูปปี้ด้วยเเล้วรับรองว่าจะต้องประทับใจอย่างเเน่นอน


นอกจากนี้เเล้วภายในของ SNOOPY MUSEUM TOKYO ยังมีโซนอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจอีกทั้งในส่วนของร้านขายของที่ระลึกอย่าง BROWN’S STORE ที่มีสินค้าของสนูปปี้จำหน่ายมากกว่า 500 รายการให้คุณได้ช็อปปิ้งกันอย่างจุใจ ส่วนใครที่เริ่มเหนื่อยเเล้วที่นี่ก็ยังมีคาเฟ่สุดน่ารักอย่าง Cafe blanket ที่เเต่ละเมนูที่เสิร์ฟมานั้นมีความเป็นสนูปปี้อย่างมาก ส่วนในเรื่องของรสชาดนั้นรับรองความอร่อยอย่างเเน่นอน โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 10.00 น. จนถึง 20.00 น. เเต่จะมีการเปิดให้เข้าเป็นรอบๆ จำนวน 5 รอบคือรอบเเรกในเวลา 10:00 น. ถึง 11:30 น. รอบที่สอง 12:00 น. ถึง 13:30 น. ส่วนรอบที่สามในเวลา 14:00 น. ถึง 15:30 น. รอบที่สี่ในเวลา 16:00 น. ถึง 17:30 น. เเละรอบสุดท้ายในเวลา 18:00 น. ถึงเวลา 19:30 น. เเต่ไม่มีการจำกัดเวลาในการชมพิพิธภัณฑ์เเต่อย่างใด ซึ่งจะเป็นการจำกัดผู้เข้าชมในเเต่ละวัน โดยคุณสามารถจองซื้อตั๋วเข้าชมได้สองทางด้วยกันคือที่ร้าน Lawson ทุกสาขาในญี่ปุ่น หรือจะมาซื้อที่หน้าพิพิธภัณฑ์ก็ได้ เเต่ราคาจะต่างกันคือหากคุณซื้อมาจากร้าน Lawson เรทจะอยู่ที่ 1,800 เยนสำหรับผู้ใหญ่ 800 เยนสำหรับเด็กประถมเเละมัธยม เเละเด็กไม่เดิน 4 ปี จะอยู่ที่ 400 เยน เเต่หากมาซื้อที่หน้าพิพิธภัณฑ์จะบวกเพิ่ม 200 เยนทุกประเภท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีสามารถเข้าชมได้ฟรี


ในส่วนของการเดินทางมายัง สนูปปี้ มิวเซียม โตเกียว นั้นคุณสามารถใช้บริการของรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro โดยให้มาลงที่สถานี Roppongi Station เเล้วเดินต่ออีกเพียวงเเค่ 7 นาทีก็ถึงเเล้ว ส่วนใครที่ไปลงที่สถานี Azabu Juban Station ก็สามารถเดินมาถึงได้เช่นกันโดยใช้เวลา 10 นาที

Uncategorized

พิพิธภัณฑ์ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ

Published by:

สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นมีจำนวนมากที่สวยงามเเละน่าไปเที่ยวชมอย่างมาก เฉพาะเเค่เมืองหลวงอย่างโตเกียว เมืองเดียวก็มีเเหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่รู้กี่เเห่ง ด้วยกัน เเต่ใครจะรู้ว่าไม่ไกลจากโตเกียวมากนักมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวไทยหลายๆ คนต่างใฝ่ฝันไปตามหาความทรงจำในวัยเด็กกับ พิพิธภัณฑ์ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ซึ่งชื่ออาจะดูไม่คุ้นหูมากนักเเต่ถ้าบอกชื่อของโดเรม่อน ชื่อนี้คงจะคุ้นเคยนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างดี โดยที่นี่ก็คือพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโดเรม่อนนั่นเอง


FUJIKO F FUJIO MUSEUM นั้นตั้งอยู่ที่เมืองคาวาซากิ ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดเเสดงเรื่องราวของการ์ตูนที่อาจารย์ ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ เป็นผู้วาดขึ้น โดยมีเรื่องเด่นเรื่องดังที่รู้จักกันในหมู่ชาวไทยก็คือ โดเรม่อน เรื่องราวของหุ่นยนต์เเมวสีฟ้าที่มาจากอนาคต หรือจะเป็นเรื่องราวของ ปาร์แมน กับกลุ่มเพื่อน เเละเรื่องผีน้อยคิวทาโร่ ซึ่งเราชาวไทยน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เเต่พิพิธภัณฑ์เเห่งนี้จะมีเรื่องราวของโดเรม่อนมากที่สุดจนถูกขนานนามว่าพิพิธภัณฑ์โดเรม่อน


พื้นที่ของ พิพิธภัณฑ์ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ นั้นเเบ่งออกเป็นสองโซนด้วยกันคือโซนในอาคารเเละโซนนอกอาคาร โดยโซนในอาคารนั้นจะมีพื้นที่ 3 ชั้นด้วยกัน โดยเมื่อคุณก้าวเข้าไปในตัวอาคารจะพบกับ Exhibition Room ที่ไว้จัดเเสดงเรื่องราวของนิทรรศการหมุนเวียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ทางเดินเข้าไปนั้นให้คุณมองไปที่เพดานจะพบกับ Entrance Hall ที่เพดานเป็นรูปท้องฟ้าที่เหมือนในอนิเมชั่นเรื่องโดเรม่อนอย่างมาก ส่วนถัดไปคุณจะได้พบกับบรรยากาศในการทำงานของ ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ในโซนที่เรียกว่า Fujiko?F?Fujio’s Study ซึ่งจัดเเสดงโต๊ะทำงานของจริงของท่าน เเละอุปกรณ์ในการเขียนอนิเมชั่นทุกอย่างไว้อย่างเหมือนจริงอย่างมากเลยทีเดียว ส่วนชั้นที่สองนั้นคุณจะได้พบกับ Animal’s Room ที่จะมีโมเดลสัตว์มากมาย ส่วนในโซนของ Fujiko?F?Fujio’s Day Off ก็จะจัดเเสดงเรื่้องราวของตัว ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ส่วนที่โซน People’s Plaza ก็น่าสนใจไม่เเพ้ Manga Corner เเถมยังมีโซนให้เด็กๆ ได้เล่นที่ Kid’s Space โดยจะมีโรงภาพยนตร์ที่จะฉายอนิเมชั่นรอบละ 20 นาทีในโซน Fujiko?F?Fujio Theater ส่วนชั้นที่ 3 นั้นจะเป็นในส่วนของ Museum Cafe ที่จะเป็นคาเฟ่ที่มีเมนุต่างๆ ที่น่าสนใจเเละเกี่ยวข้องกับโดเรม่อน เเละเมนูที่คุณไม่ควรพลาดคือโทรายากิ หรือเเป้งทอด ของโปรดของโดเรม่อน


นอกจากนี้เเล้วใน FUJIKO F FUJIO MUSEUM ที่ชั้นล่างจะมีร้านขายของที่ระลึก ที่รับรองได้เลยว่าจะดูดเงินจากกระเป๋าของคุณจนหมดอย่างเเน่นอน ส่วนที่โซนด้านนอกนั้นถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะคุณจะได้เห็นโมเดลที่มีขนาดเท่าของจริงจากอนิเมชั่นโดรม่อน ทั้งลานเด็กเล่นที่มี ท่อสามท่อเรียงกันอยู่ ซึ่งเป็นฉากประจำในทุกตอนของโดเรม่อน เเละเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะมาเข้าคิวถ่ายภาพกันอย่างมากมาย ส่วนประตูไปที่ไหนก็ได้ ของวิเศษสุดฮิตอีกชิ้นหนึ่งของโดเรม่อนก็มีตั้งอยู่ด้วย เเละมีฉากไดโนเสาร์ของโนบิตะ ที่ชื่อมาโนบิสุเกะ อีกด้วย รวมทั้งไจแอนท์หน้าหล่อ เเละอีกหลายๆ ฉากที่เราคุ้นเคยอย่างดี นับว่าเป็นโซนที่ไม่ควรพลาดมาชม โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันอังคารเเละช่วงปีใหม่ในเวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. เเละไม่มีการขายตั๋วเข้าชมที่หน้าพิพิธภัณฑ์ ต้องจองล่วงหน้าผ่านตู้ Loppi ในร้าน Lawson อย่างเดียวเท่านั้น โดยค่าตั๋วอยู่ที่ 1,000 เยนต่อคน ส่วนนักเรียนมัธยมอยู่ที่ 700 เยน เเละเด็กเล็ก 500 เยน


โดยสำหรับการเดินทางมายัง พิพิธภัณฑ์ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่สะดวกที่สุดคือการใช้บริการของรถไฟสาย Odakyu line หรือ JR Nanbu line โดยให้คุณมาลงที่สถานี Noborito Station จากนั้นให้ออกมารอรถ Shuttle bus ของพิพิธภัณฑ์ที่หน้าสถานี โดยสังเกตว่าจะมีรูปตัวการ์ตูนอยู่ที่ด้านข้างรถ ส่วนใครที่ใช้บริการของรถไฟสาย Odakyu-line ก็ให้มาลงที่สถานี Mukougaoka Yuen station เเล้วเดินต่ออีกเพียง 16 นาทีก็จะถึงเเล้ว ส่วนใครที่ใช้บริการรถไฟ JR Nanbu line เเล้วมาลงที่สถานี Shuku-Gawara station ก็เดินต่ออีกเพียง 15 นาทีก็จะถึงเเล้ว